[S-57]Back in thailand AFS Japan 48 & Kyoto

posted on 20 Jun 2010 14:23 by zodiac-star in AFS, DIARY

ยะหู้ววว

ใกล้แล้วซินะ กับการสอบสัมภาษณ์ของรุ่น 50 เวลาช่างผ่านไปเร็ว

ยังจำวันที่ไปสัมภาษณ์ได้อยู่เลย 555 

รายงานตัวการกลับมาถึงเมืองไทยแล้วน๊ะ 555(จริงๆก็กลับมาแล้วตั้งหลายเดือนแต่ยังไม่ได้อัพ)

เห้ออ บล๊อคขึ้นราแล้วซินะ ไม่ย๊อม ไม่ยอมมมม

ด้วยการนั้น จึงคันมืออยากอัพขึ้นมา เลยอัพ เป็นบล๊อคตามใจชั้นวะ 55

 

 กลับมาถึงไทยตั้งแต่วันที่ 6 กุมภา 2553

การเดินทางกลับเป็นอะไรที่เศร้ามากน๊ะ ไม่อยากกลับ

สิ่งที่เราผ่านมันมาได้ มันกลายเป็นความทรงจำที่ผูกผัน 

ตอนกำลังจะกลับ เพื่อนชาวไทย ทั้ง 20 คน ต้องยอมรับกันเลยว่าทุกคนเศร้าเล็กน้อย

อาจจะเศร้ากว่าขาไปอีกมั้ง 555 ตอนขาไปเราก็คิดอยู่ว่า ไปแค่ปีเดียว ขากลับคงไม่เสียใจ

เท่าไหร่นัก แต่มันกลับเศร้ากว่าตอนไป เพราะเราอาจจะไม่ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว

เพราะว่าแม้เราจะกลับไปที่ญี่ปุ่นอีก ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม การเป็นนักเรียน

ม.ปลายที่ญี่ปุ่นนั้นก็สิ้นสุดลงไปแล้ว ถ้าเราจะกลับไปก็คงเป็นเพียงนักท่องเที่ยว คงจะไปได้ใช้

คำว่า"นักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส"อีกแล้ว เห้อออ มานั่งคิดแล้วก็เศร้าใจเฮะ อยากไปญี่ปุ่น

คิดถึงโฮส เพื่อน และคนรู้จักทุกคนที่ช่วยทำให้เราผ่านประสบการ์ณต่างๆที่น่าจดจำมาได้

 

 

 

ความเดิมจากเอนทรี่ที่แล้ว ที่ดองไว้เกินครึ่งปี 55

เคยบอกไว้ว่ากำลังจะไปเกียวโต ในช่วง ซิลเวอร์ฮอลลิเดย์ของญี่ปุ่น

สนุกมากกก นิวขอบอกว่ารักเกียวโตมากกกจริงๆเหอะ

นั่งรถบัสจากอิซึโมะ มาถึงเกียวโตก็ใช้เวลาประมานเกือบๆ6ชั่วโมง  มาถึงสถานีเกียวโตประมาน

ตี5กว่าๆ  อากาศตอนไปถึงนี่แทบจะอยากเข้าไปกอดเฟดเดอร์ริกคุง แต่ก็หักห้ามใจไว้เพราะมัน

ไม่น่าไว้ใจมากก 55 มันไม่ได้หนาวแบบหน้าหนาวแต่ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวมา

เสื้อผ้าบางๆ บวกกับลมเย็นๆในสไตล์ใบไม้ร่วง ตอนตีห้าก็ทำเอาหนาวน๊ะ 55

 

 

ภาพเกียวโตทาวเวอร์ตอนตี5 ไม่ใช่โตเกียวทาวเวอร์ 555 ทำลอกเลียนแบบกันหรือเปล่า

ก็ไม่แน่ใจ แต่เตี้ยกว่าเยอะคะ 

 

 

ยืนรอเพื่อนมารับถึงประมาน6โมง ท่ามกลางความเย็น และหิวโหย เพราะร้านในสถานีมันยังไม่เปิด

เลยซักร้าน แถมจุดนัดพบกับเพื่อนก็ไม่ได้ใกล้พวกลอว์ซัน หรือ แฟมมิลี่มาร์ทเลยซักนิด

พอเจอเพื่อนที่มารับก็รู้สึกสบายขึ้นทันที เพราะเพื่อนเอาสเวตเตอร์มาเผื่อ น่ารักที่สุดเลย 55

หลังจากนั้นก็ลาจากกับเฟดเดอร์ริกคุง แล้วก็นั่งรถไฟไปบ้านเพื่อน ไปอยู่บ้านเพื่อนซักพัก

เข้าไปสวัสดีแม่ และ คุนยาย คุณตา ของเพื่อน และน้องหมาดักกี้

แล้วจากนั้นก็ออกเดินทางโดยรถไฟไปนาระ เมืองแห่งกวางน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมกวางที่ญี่ปุ่น

มันถึงได้เยอะเหมือนลิงบ้านเรา - - มันอยู่ทุกทีในนาระ เหมือนเป็นจุดขายของเมืองไปเลย

 

 

 

ร้านนี่น่ารักมาก เป็นร้านเล็กที่ถ้าออกมาจากสถานีแล้วเดินเลี้ยวไปทางซ้าย พอเจอสี่แยก

แล้วเลี้ยวขวาจะเป็นถนนคนเดินยาวๆ ขายพวกของที่ระลึก แล้วก็พวกแฮนด์เมด น่ารักมากๆๆ 55

หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปสู่ วัดโทไดจิ ทางเดิน ก็เจอกวางประปรายบ้าง

แม้แต่เสาไฟฟ้าก็เป็นกวาง 55

 

กวางผู้หิวโหย ไม่รู้มันหิวหรือมันกินไม่เลือก ตามข้างทางจะมีร้านขายเซมเบ้ที่คงรสชาด

เหมือนกระดาษ เพราะเป็นเซมเบ้ที่เค้ามามาขายให้คนเอาให้กวางกิน ถ้าคุนซื้อ แล้วกวาง

พวกนี้มันเห็น มันจะเข้ามารุมล้อม แย่งชิงเซมเบ้กัน บางตัวหิวมากก็กินเสื้อ กินกระดาษ

กินผมเราก็มี - -  น่ากลัวมากก55

 เชื่องมาก เหมือนกับว่าเจอคนจนเลิกตื่นกลัว

นี่คือกวางโหด ขาโจ๋ประจำที่แถวนั้น มันจะเป็นเพศผู้ที่เคยมีเขา แต่เพื่อความปลอดภัย

ของนักท่องเที่ยวเขามันจึงโดนตัดไป แต่ว่ากว่างที่นี่หน้าตาเหมือนวัว - - ขนสาก ไม่นุ่มนิ่ม

ติดกันเป็นสังคตัง  ทางเดินผ่านสวนนาระก็จะเต็มไปด้วยกวาง กวาง กวาง ขี้กวาง และกวาง - -

เดินไกลพอสมควรเหมือนกัน ในที่สุดก็เดินมาถึงวัดโทไดจิก็ใช้เวลาไป20นาที เพราะเดินไป

เล่นกับกวางไป วัดไทโดจิคือวิหารที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เพราะว่าถูกสร้างไว้ในช่วงที่เกียวโต

ยังเป็นเมืองหลวง ในช่วงเวลานั้น ที่ว่างเปล่ามันเยอะมาก และ จักรพรรดิญี่ปุ่นในช่วงนั้น

ยิ่งใหญ่มาก แต่ที่หลงเหลืออยู่ตอนนี้เป็นหลังที่สร้างขึ้นมาใหม่ ที่เล็กกว่าของจริงนิดหน่อย

แต่ว่าก็ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอยู่ดี  

 

มองจากด้านนอก สวยมากให้อารมณ์ยุคโบราณ

เดินเข้าไป ผ่านประตูที่มียักษ์2ตนยืนเฝ้า ยักษ์ที่นี่น่ากลัวกว่ายักษ์วัดโพธิ์บ้านเราเยอะ

หน้าโหดมาก แล้วต้องอ้อมไปด้านซ้ายถึงจะเจอประตูทางเข้าตัววัด พอเข้าไปนี่

เหมือนกับว่าไม่ใช่ที่เดียวกับด้านนอกเพราะไม่มีกวาง มันไม่เข้ามา ไม่รู้ทำไม

เข้าไปก็จะเจอกับพระใหญ่ น่าจะเป็นพระพุทธเจ้าเวอร์ชั้นญี่ปุ่น

ในตัววัดจะมีเสาต้นนึงที่มีช่องอยู่ด้านล่าง เค้าว่ากันว่าถ้าเข้าไปลอดแล้วจะลักกี้

แต่ด้วยความที่แถวยาวมาก และกลัวตัวเองจะลอดไม่ผ่านก็เลยได้แต่ดูเฉยๆ

ออกมาด้านหน้าก็จะเจอพระพุทธรูปที่เชื่อกันว่าถ้าเป็นโรคร้าย หรือเจ็บในส่วนไหน

ก็ให้ไปจับส่วนนั้น แล้วจะหาย ผู้คนรุมทึ้งกันเพื่อให้ได้เข้าไปแตะ เราก็เบียดเข้าไป

แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไรเลยถ่ายรูปมาเฉยๆ

จากนั้นก็ออกเดินทางสู่วัง Byoudouin วัดนี้คือวัดที่อยู่ด้านหลังของ เหรียญ10เยนคะ 

ประวัติบอกว่าวังนี้เคยสวยงาม และเป็นทองคำวิบวับ แต่ผ่านฟ้าฝนมานานจึงกลาย

เป็นซากไม้ - - มีจุดเด่นคือมีนกฟินิกซ์ทองคำ อยู่บนหลังคา หรือจั่ว แต่ของที่เห็นอยู่

ด้านนอกนี่เป็นของจำลอง เพราะกลัวโดนขโมย ของจริงอยู่ในตัวพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเค้าไม่ให้

ถ่ายรูปก็เลยไม่ได้เอามาลงให้ดู

ตอนเราไป คือเย็นแล้ว ทำให้ไม่ได้เดินเข้าไปในตัวพระราชวัง เพราะเค้ามีการ

กำหนดจำนวนคนต่อวันที่สามารถเข้าไปได้ เนื่องจากกลัวโครงสร้างรับไม่ไหว

ถ้าออกมาจากตัววังแล้วอย่าลืมไปชิม พวกชาเขียวหรือไอติมชาเขียวแถวนั้นนะ

อร่อยมากกก

 

พอขากลับก็ได้ไปเจอกับโพสที่น่าตาแปลกแบบนี้ 55 สร้างขึ้นเนื่องจากการครบรอบ

50 ปีของอะไรซักอย่าง  อ่านไม่ออก - -ที่หน้าสถานี จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังบ้าน

ของเพื่อนไปทำต้มยำกุ้งสูตรมั่วขึ้นมาเองให้เค้ากินกันด้วยน๊ะ 555

 

วันต่อมาก็ไปเที่ยวที่วัดคินคะคุจิ หรือวัดทองคำ ไปถึงแล้วคนเยอะมากกกกก เพราะเป็นช่วง

ที่ชาวญี่ปุ่นเองก็มาเที่ยวกันทำให้คนเยอะมาก

เป็นวัดที่สวยมากจริงๆ ไม่มีคำบรรยายใดๆเลย เพราะสภาพของวัดนี้ไม่เหมือนวัดอื่นๆที่โทรม

และผุพังเหลือแต่ไม้ วัดนี้เป็นวัดที่เค้าซ่อมแซมกันบ่อยเลยยังอยู่ในสถาพทองอร่ามแบบนี้

เป็นวัดที่ถือว่าถ้ามาเกียวโตแล้วไม่ได้มาวัดนี้ หมายความว่ามาไม่ถึงเกียวโตคะ 555

เดินๆอยู่แถวนั้นครึ่งวันแล้วนั่งรถไฟมาต่อที่สถานี Inari เพื่อจะไปศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ หรือที่เรา

ตั้งว่าศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว เหมือนชื่อหนังจีนเลย - * -

 

ศาลเจ้านี่มีขึ้นเพื่อบูชาจิ้งจอกข้าวที่เชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการเก็บเกียว

จุดเด่นของที่นี่คือ.....

 เสาโทริอินับหมื่นต้น ที่เรียงรายเป็นทางขึ้นเขา ซึ่งถ้าจะดูให้ครบทุกต้นก็คงต้องขึ้นถึง

ยอดเขาที่นิวว่าคงไม่ไหว ก็เลยเดินไปแค่ชั่วโมงกว่าๆ- - เดินไปทางไหนก็มีแต่สีแดง 55

 

 

วันรุ่งขึ้นก็ถึงเวลาที่นิวรอคอย คือวันที่มีงานโรงเรียนของ Doshisha

Doshisha เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีตั้งแต่ประถมยันมหาลัย ถึงกับมีสถานีรถไฟใต้ดิน

สถานีนึงเพื่อโรงเรียนนี้เลยทีเดียว55

เพื่อนนิวอยู่โรงเรียนนี้ก็เลยอยากไปงานโรงเรียนนนี้มากก

 นิค นิว อากาเนะ โมเอริ โฟร์ ที่งานโรงเรียน

 

เห้อออ สนุกวะ อยากไปอีกน๊ะ ะ ะ  งานก็ไม่ใหญ่อะไรเท่าไหร่แต่ สนุกมากเพราะได้

เจอเพื่อน ได้รู้จักเพือนใหม่


ระหว่างรอเพื่อนขึ้นแสดง เพื่อนมันฟอร์มวงร๊อค โหวว เท่อย่าบอกใคร 5555 ระหว่างตอน

เพื่อนนิวขึ้น ทุกคนยืนเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา เสียดายชะมัดด

พอจบงานก็ถึงเวลาต้องจากลา กลับอิซุโมะ ตอนก่อนกลับก็ไปร้องเกะกับเพื่อน ถ่ายพุริอีก

ประมาน5ครั้ง  55 เดินช๊อปปิ้งต่อเล็กน้อย เห้อออ เป็นทริปที่สนุกสุดเหวี่ยงมากกก

...............................................................

 

 

 

 

อัพยาวมากๆๆๆๆ

อัพไว้แทนไดอารี่ กลัวตัวเองลืม - - 555

ไว้ว่างๆก็จะมาอัพโน้นนี่อีก

 

ถึงใครที่จะไปสอบสัมภาษณ์ที่สนามเตรียมฯก็ทักกันมาได้ อาจจะไปเป็นสต๊าฟมั้ง

ใครอยากถามอะไรก็เข้ามาถามได้ อาจจะตอบช้าหน่อย แต่ยินดีตอบทุกคำถามจ๊ะ 555

สุดท้ายนี้

 

เรา รัก เอเอฟเอส

เรา รัก เจแปน

 

 

edit @ 20 Jun 2010 17:24:14 by ゾヂアク スター★